การขยายโอกาสทางการศึกษาเป็นนโยบายที่สำคัญของหลายประเทศ

October 30th, 2015

16

การขยายโอกาสทางการศึกษาเป็นนโยบายที่สำคัญของหลายประเทศ เนื่องจากทำให้ความไม่เท่าเทียมด้านเศรษฐกิจและสังคมลดลง มีหลักฐานที่สำคัญที่ทำให้ให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างการพัฒนาด้านการศึกษากับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม ในระดับมหภาค การเข้าถึงการศึกษามีความสัมพันธ์กับการเพิ่มประสิทธิภาพของกำลังแรงงาน เพิ่มอายุขัยเฉลี่ยของประชากร และปรับปรุงด้านสุขภาพของประชากร รวมถึงลดภาวะเจริญพันธุ์ด้วย งานวิจัยของ Knodel and Jones (1996) ยืนยันว่าช่องว่างระหว่างเพศกำลังจะลดน้อยลง ไม่ว่าจะในภูมิภาคใด และความแตกต่างของการศึกษาเกิดขึ้นในประเทศที่มีกลุ่มสถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคมที่แตกต่างกันอย่างมาก ตราบเท่าที่เด็กยากจน หรือเด็กจากครอบครัวชนบททั้งเด็กหญิงและชาย ยังคงไม่ได้รับความเป็นธรรมด้านการได้รับการศึกษา เขาเหล่านั้นก็ยังต้องผจญกับความไม่เท่าเทียมกันในด้านตลาดแรงงาน และชีวิตความเป็นอยู่

สำหรับประเทศไทยพบว่า เนื่องจากการไม่ได้เรียนระดับมัธยมต้นของเด็กและเยาวชนมีเพียงร้อยละ 16 แต่การไม่ได้เรียนต่อระดับมัธยมปลายหรือเทียบเท่ามีถึงร้อยละ 33 ดังนั้น การให้ความสนใจกับการศึกษาที่สูงกว่าภาคบังคับ จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ งานวิจัยของ อุมาภรณ์ ภัทรวาณิชย์ และคณะ ได้ศึกษาการเรียนต่อระดับมัธยมปลายหรือเทียบเท่า ระหว่างปี พ.ศ. 2533 และปี พ.ศ. 2543 ชี้ให้เห็นว่า ไม่มีความแตกต่างระหว่างเพศในการเรียนต่อระดับมัธยมปลายหรือเทียบเทียบ ในปี พ.ศ. 2533 แต่ในปี พ.ศ. 2543 พบความแตกต่างระหว่างเพศ โดยเพศหญิงมีโอกาสได้เรียนต่อมากกว่าเพศชาย นอกจากนี้ ความแตกต่างระหว่างเขตเมืองและชนบท ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเรียนต่อระดับมัธยมปลายทั้งในปี พ.ศ. 2533 และ 2543 แม้ว่าความแตกต่างระหว่างเมืองและชนบทในการเรียนต่อระดับมัธยมปลายของปี พ.ศ. 2543 ได้ลดลงจากปี พ.ศ. 2533 ก็ตาม

ประเด็นความไม่เท่าเทียมด้านการศึกษาของบทความที่จะนำเสนอต่อไปนี้ จึงมีคำถามวิจัยว่า ในช่วงเวลา หลังจาก พ.ศ. 2543 ถึงปัจจุบัน โอกาสการศึกษาระดับมัธยมปลาย (ซึ่งนอกเหนือจากการศึกษาภาคบังคับ และเป็นช่วงชั้นสุดท้ายของการศึกษาขั้นพื้นฐาน) ได้เพิ่มขึ้นหรือไม่ ความแตกต่างระหว่างเพศ และความแตกต่างระหว่างเมืองและชนบทในด้านโอกาสด้านการศึกษาในระดับมัธยมปลายหรือเทียบเท่า ยังมีอยู่หรือไม่ รวมถึงมีปัจจัยอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับโอกาสที่จะได้รับการศึกษาในระดับนี้ เพื่อว่าหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาจะได้พิจารณาถึงการแก้ปัญหาในเรื่องการศึกษาของเด็กไทยได้อย่างเหมาะสม

ห้องสมุดเปรียบเสมือนกับขุมทรัพย์อันล้ำค่า ที่ช่วยสร้างความสำเร็จในการดำรงชีวิต

October 7th, 2015

          ห้องสมุดยังเป็นสถานที่ที่ผู้ใช้สามารถเลือกอ่านหนังสือ และค้นคว้าหาความรู้ต่างๆ ด้วยตนเอง อย่างอิสระ และ ตามความสนใจของแต่ล่ะบุคคล และยังเป็นสถานที่ ที่ทำก่อให้เกิดนิสัยรักการอ่านและการค้นคว้า จนกระทั่งทำให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นความแตกต่างของหนังสือว่าเล่มไหนเขียนได้ดี และสามารถจดจำแนวทางการเขียนที่ดี เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ได้ ทั้งยังช่วยให้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ห้องสมุดยังเป็นศูนย์ข้อมูลมีความรู้ที่ทันสมัยและทันต่อเหตุการณ์อยู่เสมอ เพราะห้องสมุดจำเป็นต้องมีข่าวสารใหม่ๆ ไว้บริการ นอกจากนี้ ห้องสมุดยังเป็นแหล่งความรู้ที่ นักเรียน นักศึกษา สามารถค้นหาความรู้ด้วยตนเอง โดยห้องสมุดมีบทบาท ในการเสริมความรู้ และสนันสนุนการศึกษาในระบบ และให้โอกาสในการเข้าถึงการศึกษา ได้ใช้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาอาชีพให้ทันกับวิทยาการ และเทคโนโลยี ให้แก่ผู้ที่ไม่มีโอกาสเข้าศึกษาในโรงเรียน สำหรับห้องสมุดในสมัยนี้บางที่ก็ใช้คำอื่นแทน เช่น ศูนย์ข้อมูลหรือศูนย์สารสนเทศ แต่ส่วนใหญ่จะเรียกว่าห้องสมุดมากกว่า เพราะว่าเรียกกันมานานคำเปรียบเทียบที่ว่าห้องสมุดเปรียบเสมือนขุมทรัพย์ที่มีค่าที่สุดสำหรับนักอ่านหนังสือ แต่ไม่มีค่าสำหรับคนไม่ชอบอ่านหนังสือไม่เคยเห็นคุณค่าที่สะสมความรู้รอบโลกไว้ในนั้น ต่างจากคนชอบอ่านหนังสือโดยสิ้นเชิงเพราะคนพวกนี้เห็นว่าห้องสมุดเป็นขุมทรัพย์อันล้ำค่าชิ้นหนึ่งที่ไม่มีใครหามาให้สิ่งเหล่านี้จะอยู่ติดตัวไปจนวันตาย ทั้งนี้ห้องสมุดในปัจจุบันก็มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมากมีคอมพิวเตอร์ไว้ให้หาข้อมูลและพิมพ์งานสะดวกสบายและทันสมัยในการรับรู้ข่าวสารทางอินเตอร์เน็ตมีไว้บริการให้แก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปได้รับรู้ข่าวสารที่ทันสมัยอยู่ตลอดเวลาจนกลายเป็นห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ไปแล้วเพื่อให้ผู้ใช้บริการทุกกลุ่มเป้าหมายได้เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร สารสนเทศทั่วถึงกัน แล้วยังทำให้สังคมกลายเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ที่ยั่งยืนและถาวรหรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต ดังนั้น ห้องสมุดเปรียบเสมือนกับขุมทรัพย์อันล้ำค่า มีทรัพย์สมบัติจากโลกกว้างมากมายที่ให้ค้นหา ซึ่งเป็นทรัพย์สมบัติอันมีค่านี้จะอยู่ติดตัวไปจนวันตายไม่มีใครมาพรากมันไป ฉะนั้นแล้วห้องสมุดนั้นเต็มไปด้วยหนังสือนานาชนิดมากมายรวบรวมความรู้ไว้

ร่วมกันบริจาคหนังสือเพื่อสร้างโอกาสในการอ่านให้กับเด็กๆ

August 29th, 2015

ฟรานซิส เบคอน (Francis Bacon) นักปรัชญาชาวอังกฤษ กล่าวว่า “การอ่านทำให้คนเป็นคนโดยสมบูรณ์” และไม่ต้องสงสัย หลายประเทศที่พัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็วนั้นก็เนื่องจากการสนับสนุนและส่งเสริมการสร้างวัฒนธรรมการอ่านอย่างเป็นรูปธรรม และเอาจริงเอาจัง หนังสือเล่มหนึ่งมีความสำคัญและมีอิทธิพลต่อความคิดรวมถึงพฤติกรรมของมนุษย์อย่างมาก และมีส่วนในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสังคม

อย่างการเรียกร้องอิสรภาพหรือเอกราชของอินเดียจากอังกฤษ โดย มหาตมะ คานธี ปูชนียบุคคลของประเทศอินเดีย ก็ได้รับอิทธิพลจากหนังสือเล่มสำคัญหลายเล่ม รวมถึงผู้ประสบความสำเร็จในชีวิตหลายคนต่างก็ให้ความเห็นตรงกันว่า การอ่านเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

เราอยากให้คนที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงได้สัมผัสจริงๆ คือวัฒนธรรมการบริจาคบ้านเรา ก็คือบริจาคแล้วแพ็กใส่กล่อง แล้วก็ไปส่งในสถานที่ที่ผู้บริจาคคิดว่าขาด แต่ไม่ได้วิเคราะห์ว่าผู้รับไม่มีโอกาสได้เลือก จะพูดคำว่ายัดเยียดมันก็ดูเหมือนจะทำร้ายจิตใจคนที่มีจิตใจดี แต่คิดว่ามันเป็นจุดบกพร่อง เพราะเรารู้กันอยู่ว่าผู้รับไม่มีโอกาสได้เลือก ดูเหมือนผู้ให้สบายใจอยู่ฝ่ายเดียว ไม่ได้มีโอกาสเรียนรู้ว่าจริงๆ แล้วการให้นั้นผู้รับต้องเลือกได้ด้วย เราจึงพยายามออกแบบให้มันแก้ช่องว่าง แก้ช่องโหว่แบบนี้ เราก็ออกแบบระบบขึ้นมา เพื่อให้ผู้รับมีสิทธิ์เลือก เรากำลังท้าทายโจทย์เรื่องวัฒนธรรมการให้ ผู้ให้ต้องเลือกในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าดีที่สุด

แล้วก็เอาไปต่อยอดได้ด้วย คือตัวเด็กเอง นอกจากครูจะเป็นสภาพแวดล้อมให้เด็กได้นำเสนอกับเพื่อนแล้ว เด็กเองก็เป็นเจ้าของด้วย ยิ่งเป็นเจ้าของ แล้วให้คนอื่นเขาก็จะได้โควตาอีก พาคนอื่นมาสมัครสมาชิกเขาก็จะได้โควตา นี่คือกลยุทธ์ที่เขาจะขยายกันเอง หนังสือเล่มนั้นก็จะเดินทางตั้งแต่ต้นทางจากคนที่มีโอกาสมาถึงครูถึงเด็ก แค่มันเดินทางมาถึงสี่ห้าคนผมก็ถือว่ามันมีคุณค่ามากมายเหลือเกิน ถึงแม้แต่ถ้าเกิดเด็กชอบแล้วอยากเป็นเจ้าของเก็บไว้ก็ไม่แปลก เพราะมันเป็นความประทับใจอยู่แล้ว คนทั่วไปหนังสือที่ชอบเขาก็เก็บอยู่แล้ว แต่วันหนึ่งวันใดถ้าพัฒนามาถึงขั้นที่ว่าอยากให้คนอื่นเหมือนกับที่ผู้บริจาคอยากให้คนอื่น มันก็เป็นเรื่องที่ดี อันนี้คือกิจกรรมทางออนไลน์ แล้วทางออนไลน์นี้ก็ยังมีช่องทางชุมชนการเรียนรู้ในเว็บไซต์ ก็คือมีการแลกเปลี่ยนกัน แลกเปลี่ยนแบบข้ามฝั่งเลย คือเด็กในโรงเรียนหนึ่งทางภาคอีสานสามารถนำเสนอหนังสือเล่มนี้ให้กับเด็กในโรงเรียนทางภาคอื่น ส่งต่อให้กันได้ สองคนนี้ก็จะได้เรียนรู้กัน ได้รู้จักกัน แล้วผู้บริจาคกับผู้รับก็จะได้เจอกัน ได้แลกเปลี่ยนกัน หนังสือเล่มนี้มันดีอย่างนั้นอย่างนี้ อ่านแล้วรู้สึกได้อะไรบ้าง อ่านเล่มเดียวกันแล้วทำไมเขารู้สึกอย่างนั้นคิดอย่างนั้น

การอ่าน เสน่ห์ของมันก็คือช่วยให้เราได้เปิดโลกทัศน์ เห็นได้ชัด ถ้าเราได้รับในสิ่งที่เรายังไม่ได้รู้เลย มันจะเกิดการปรับวิธีคิด พอปรับวิธีคิดพฤติกรรมก็จะเปลี่ยน เปลี่ยนแล้วเรื่องการเรียนรู้ที่ไม่หยุดยั้งนี้เราเชื่อว่า ในเมื่อระดับปัจเจก ระดับพลเมืองของประเทศนี้เปลี่ยน ประเทศก็เปลี่ยน วาระหนึ่งล้านเล่มนี้ อยากบอกว่าแค่คนละเล่ม หนึ่งล้านคน ก็สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้เยอะ ชีวิตก็เปลี่ยนจากการอ่าน ทั้งๆ ที่เราไม่มีโอกาส เก็บแค่เศษกระดาษห่อกล้วยแขกทอดที่พ่อซื้อมาจากตลาดในอำเภอ มันเปลี่ยนตั้งแต่เราได้อ่านหนังสือเล่มแรกๆ แล้วเราก็อยากรู้ต่อ พออยากรู้ต่อเราก็จะขวนขวายหามาอ่าน จากการศึกษาชีวประวัติของบุคคลสำคัญต่างๆ ที่มีคุณูปการต่อโลก ก็เห็นได้ว่า ท่านเหล่านั้นให้ความสำคัญกับการอ่าน เป็นนักอ่านตัวยง การอ่านจึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญอย่างมาก

เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในด้านการศึกษามากขึ้นในปัจจุบัน

July 28th, 2015

8

ในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในด้านการศึกษาเรียกได้ว่ายกระดับคุณภาพชีวิต อย่างต่อเนื่อง ยุคดิจิตอลในศตวรรษที่ 21 เป้าหมายที่สำคัญที่สุดของมนุษยชาติ คือ การถ่ายทอดความรู้และการสร้างสังคมให้ดีขึ้น ซึ่งเราจะเห็นได้จากขณะนี้ภาคการศึกษากำลังปรับเปลี่ยนกระบวนการพื้นฐานที่สำคัญจากการที่โรงเรียนต่าง ๆ กำลังก้าวสู่ยุคดิจิตอลและการเข้ามาของระบบ อีเลิร์นนิ่งในห้องเรียนตลอดจนการทำงานและการสนทนาเป็นกลุ่มแบบออนไลน์  เราอาจปฏิเสธไม่ได้ว่าระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของเราอย่างมากมาย วิวัฒนาการอย่างหนึ่งคือ E-book หรือหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ คำนี้อาจจะเป็นคำใหม่ในความรู้สึกของหลาย ๆ คน แต่ อีกไม่นานจะเป็นที่รู้จัก ในหมู่นักอ่านทั้งหลาย โดยเฉพาะในวงการห้องสมุดซึ่งในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบให้เป็นห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ ห้องสมุดดิจิตอล และ ห้องสมุดเสมือนเทคโนโลยี นี้ก็คงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในยุคศตวรรษที่ 21

Electronic Book หรือหนังสืออิเล็กทรอนิกส์”ซึ่งจัดทำขึ้นด้วย ระบบคอมพิวเตอร์ และ สามารถอ่านได้จากหน้าจอคอมพิวเตอร์เหมือนเปิดอ่านจากหนังสือ โดยตรงที่เป็นกระดาษ แต่ไม่มีการเข้าเล่มเหมือนหนังสือที่เป็นกระดาษ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์มีความสามารถมากมายคือ มีการเชื่อมโยงกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มอื่นๆได้เพราะอยู่บนเครือข่าย www และมีบราวเซอร์ที่ทำหน้าที่ดึงข้อมูลมาแสดงให้ ตามที่เราต้องการเหมือนการเล่นอินเตอร์เน็ตทั่วไปเพียงแต่เป็นระบบหนังสือบนเครือข่ายเท่านั้น หนังสือ อิเล็กทรอนิกส์สามารถแสดงข้อความ รูปภาพ เสียงและภาพเคลื่อนไหวได้ เราสามารถอ่านหนังสือ ค้นหาข้อมูล และสอบถามข้อมูลต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลกได้จากอินเตอร์เน็ต จากคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียว หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เป็นแฟ้มข้อมูล ประเภทข้อความ ซึ่งต้องเป็นไปตามหลักของภาษา HTML ที่ใช้เขียนโปรแกรมผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์ที่ใช้กับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ในปัจจุบันมี 2 ประเภท  คือ ซอฟต์แวร์สำหรับการเขียนข้อมูลให้ออกมาเป็น E-Book และ ซอฟต์แวร์สำหรับการอ่าน

ความคิดเกี่ยวกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์มีมาภายหลังปี ค.ศ. 1940 ซึ่งปรากฏในนิยาย วิทยาศาสตร์เรื่อง หนึ่ง เป็นหลักการใหม่ของคอมพิวเตอร์ตามแบบแผน IBM มีผลิตภัณฑ์คือ Book Master เนื้อหาหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์ในปี 1980 และก่อน 1990 ในช่วงแรกมี 2 ส่วน คือ เรื่องเกี่ยวกับคู่มืออ้างอิงและการศึกษาบันเทิง งานที่เกี่ยวกับการอ้างอิง มักจะเกี่ยวกับเรื่องการผลิตและการเผยแพร่เอกสารทางวิชาการพร้อมๆ กันกับการผลิตที่ ซับซ้อน เช่น Silicon Graphics ด้วยข้อจํากัดทางเทคโนโลยีที่ห่างไกลความจริง เช่น มีปัญหาของจอภาพซึ่งมี ขนาดเล็กอ่านยาก แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานสั้น ไม่มีการป้องกันข้อมูลซึ่งเป็นปัญหาเกี่ยวกับเรื่องลิขสิทธิ์ ต่อมาเทคโนโลยีแล็บท็อปคอมพิวเตอร์ได้เข้ามามีส่วนช่วยให้ E-Book มีการรุดหน้าเร็วขึ้นจนสามารถ บรรลุผลในการเป็นหนังสือที่สมบูรณ์แบบ เพราะได้นําบางส่วนของแล็บท็อปมาประยุกต์ใช้จนทำ ให้ E-Book มี คุณภาพและประสิทธิภาพที่ดีได้ นอกจากนี้ Internet ก็ได้รับความนิยมมากขึ้นสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายน้อย ไม่ต้องมีอุปกรณ์ที่จะใช้เก็บข้อมูล สามารถส่งข้อมูลได้คราวละมากๆ มีการป้องกันข้อมูล (Encryption) ใน การพัฒนา E-Book จะมุ่งไปที่ความบางเบาและสามารถพิมพ์ทุกอย่างได้มากที่สุดเท่าที่จะทําได้ให้เหมือนกระดาษ จริงมากที่สุด

การบริจาคหนังสือจะทำให้เด็กๆ ได้ความรู้เพิ่มมากขึ้น

June 26th, 2015

31

เด็ก ๆ จะตื่นเต้นมากเมื่อมีหนังสือชุดใหม่ ๆ เดินทางไปถึง ยิ่งหากตรงกับความสนใจ ก็จะช่วยให้เกิดการรักการอ่านได้ไม่ยากและจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องการอ่านด้วย และเราอยากเปลี่ยนทัศนคติเรื่องการให้ ควรเป็นการให้อย่างมีคุณภาพ หนังสือที่คิดจะให้ผู้อื่นก็ควรเป็นหนังสือที่เลือกสรรดีแล้วว่าตรง กับวัย ตรงกับความสนใจ สร้างความสุขให้กับผู้ได้รับ คนที่ได้รับได้มีโอกาสพัฒนาด้านใดด้านหนึ่ง เมื่อเขาได้รับสิ่งที่ดี เขาก็มีโอกาสที่จะคืนสิ่งดี ๆ ให้สังคมต่อไปเช่นเดียวกันจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นจังหวัดที่มีสถิติการอ่านต่ำที่สุดในทุกจังหวัดของประเทศไทย การบริจาคหนังสือเป็นอีกหนึ่งกระบวนการที่จะทำให้เด็ก ผู้ใหญ่ คนในจังหวัดได้มีหนังสืออ่านมากขึ้น โดยเฉพาะเด็กปฐมวัย หนังสือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพวกเขา การมีหนังสือคุณภาพจะช่วยยกระดับการเรียนรู้ ความคิด สติปัญญา และพัฒนาการด้านอื่น ๆ อีกทั้งยังเป็นการสานสัมพันธ์ในครอบครัว ปลูกฝังรักการอ่านให้เกิดขึ้นในทุกบ้าน

การที่เด็กเยาวชนหรือแม้กระทั่งผู้ใหญ่ได้อ่านสื่อการอ่านที่มีคุณภาพ จะช่วยยกระดับการเรียนรู้ ความคิด สติปัญญา เช่น การที่เด็กปฐมวัยตอนต้นถ้าได้อ่านสื่อที่สมวัย มีรูปภาพ ขนาดรูปเล่มและเรื่องราวที่สมวัยก่อให้เกิดจินตนาการและความคิด พร้อมกับช่วยกระตุ้นการเติบโตทางความคิดของเด็ก ให้เขาได้เตรียมความพร้อมทางความคิด มีหนังสือที่สื่อสัญลักษณ์ทางภาษาผ่านภาพเขียนหรือตัวอักษรที่มีขนาดเหมาะสม ซึ่งจะส่งผลต่อการจดจำเรื่องราวและการตีความหรือสื่อความหมายได้เอง และช่วยให้เขาเกิดแรงกระตุ้นอยากอ่าน อยากฟังมากขึ้นด้วย จากการขอรับบริจาคหนังสือ 1 หมื่นเล่ม มีเพียง 6,000 เล่มเท่านั้น ที่นำมาใช้ประโยชน์ได้จริง และมีหนังสือเด็กน้อยมาก ที่มีคุณภาพก็ไม่ค่อยดี ทั้งที่เด็กในพื้นที่ชอบอ่านหนังสือ เมื่อพวกเขาได้อ่านหนังสือก็เป็นเสมือนของเล่นชิ้นใหม่ที่พวกเขาชอบ เป็นการปลูกฝังรักการอ่าน

หนังสือบางเล่ม เด็ก ๆ จะไม่สนใจ และไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก เวลาที่เราได้หนังสือเก่ามาจริง ๆ ก็ต้องขอบคุณเขาที่มีใจอยากช่วยเหลือ แต่น่าเสียดายถ้าหนังสือไม่มีคุณภาพก็จะไม่ได้ถูกใช้งานอย่างคุ้มค่า โดยที่ส่วนใหญ่จะถูกคัดทิ้งไปใช้อย่างอื่นหนังสือก็เหมือนห้องเรียน โรงเรียน ที่จะช่วยปรุงแต่งคนให้สามารถเป็นแบบนั้นแบบนี้ได้ เราก็จะได้คนดีคนคุณภาพไปพัฒนาประเทศ หนังสือคุณภาพเองก็จะช่วยให้เด็กได้เรียนรู้และสามารถพัฒนาตัวเองได้จากการอ่านหนังสือ”น.ส.วรรณกนกกล่าวทิ้งท้าย ปัญหาการอ่านของคนไทย 1 ปีไม่ถึง 10 บรรทัดว่าแย่แล้วยิ่งเจอหนังสือเก่าเข้าไปอีกความฝันที่จะสร้างสังคมแห่งการอ่านในประเทศให้โชติช่วงยิ่งอยู่ไกลออกไป

โครงการจัดทำห้องสมุดด้วยตู้คอนเทนเนอร์

May 4th, 2015

china-library-natural-wooden-loft-8
เนื่องในโอกาสมหามงคลที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษาในวันที่ 2 เมษายน 2558 กระทรวงมหาดไทยโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ ได้ทรงริเริ่มงานพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารและผู้ด้อยโอกาส มาอย่างยาวนานและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยการยึดคนเป็นศูนย์กลางการพัฒนาใช้โรงเรียนเป็นฐาน เน้นการพัฒนาแบบองค์รวมเพื่อให้พสกนิกรของพระองค์เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีและยืนหยัดได้ด้วยตนเองตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นที่ประจักษ์ในพระปรีชาสามารถ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย ทั่วทั้งแผ่นดิน

โครงการจัดทำห้องสมุดด้วยตู้คอนเทนเนอร์ที่มอบให้กับโรงเรียน ดำเนินการ กำหนดรูปแบบและสถานที่ก่อสร้างให้มีลักษณะเป็นแบบมาตรฐานเดียวกันทุกแห่ง โดยได้รับพระราชทานพระราชานุญาต ให้เชิญตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 มาประดับไว้ที่โครงการห้องสมุดดังกล่าว เพื่อให้เกิดความความสวยงาม และเป็นเอกลักษณ์ประจำห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติฯ ของโรงเรียนทั้ง 76 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งโครงการดังกล่าวจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมกันทุกแห่งทั่วประเทศภายในเดือนมีนาคมนี้ ทั้งนี้ห้องสมุดตู้คอนเทนเนอร์ เฉลิมพระเกียรติฯ จะเป็นแหล่งการเรียนรู้ แหล่งข้อมูลคลังปัญญา การสร้างองค์ความรู้ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน และประชาชนในถิ่นทุรกันดารและผู้ด้อยโอกาสให้มีคุณภาพ ด้านการศึกษาและสังคมที่ดียิ่งขึ้นต่อไป

พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้ความเห็นชอบให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง จัดทำโครงการเฉลิมพระเกียรติ สร้างห้องสมุดตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อมอบให้แก่โรงเรียนจังหวัดละ 1 แห่ง จำนวน 76 แห่งทั่วประเทศ ไว้เพื่อเป็นแหล่งองค์ความรู้ และคลังปัญญาให้แก่นักเรียน เยาวชน ในการเสริมสร้างรักการอ่าน และเพื่อให้นักเรียนในโรงเรียนที่อยู่ห่างไกลได้รับประโยชน์ด้านการศึกษาจากห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติฯ ถวายเป็นพระราชกุศลเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ ในวันที่ 2 เมษายน 2558 จึงขอเชิญชวนส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมบริจาคหนังสือทั้งที่เป็นหนังสือเก่าและหนังสือใหม่ที่เห็นว่าเป็นประโยชน์แก่นักเรียน นักศึกษา ประชาชน ของโรงเรียนตามโครงการฯ โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองจะได้นำไปมอบให้ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติตามโครงการดังกล่าวต่อไป

เปลี่ยนทัศนคติเรื่องการบริจาคหนังสือควรเป็นการให้อย่างมีคุณภาพ

April 13th, 2015

หนังสือที่บริจาคส่วนใหญ่เป็นหนังสือฮาวทูเกี่ยวกับวิธีร่ำรวย ซึ่งไม่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน หรือไม่สามารถสร้างคุณภาพชุมชนได้ ถ้าบริจาคหนังสือมีคุณภาพจะช่วยสร้างคนคุณภาพ นำไปสู่สังคมคุณภาพได้

“เราพบว่าเด็ก ๆ จะตื่นเต้นมาก เมื่อมีหนังสือชุดใหม่ ๆ เดินทางไปถึง ยิ่งหากตรงกับความสนใจ ก็จะช่วยให้เกิดการรักการอ่านได้ไม่ยากและจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องการอ่านด้วย และเราอยากเปลี่ยนทัศนคติเรื่องการให้ ควรเป็นการให้อย่างมีคุณภาพ หนังสือที่คิดจะให้ผู้อื่นก็ควรเป็นหนังสือที่เลือกสรรดีแล้วว่าตรง กับวัย ตรงกับความสนใจ สร้างความสุขให้กับผู้ได้รับ คนที่ได้รับได้มีโอกาสพัฒนาด้านใดด้านหนึ่ง เมื่อเขาได้รับสิ่งที่ดี เขาก็มีโอกาสที่จะคืนสิ่งดี ๆ ให้สังคมต่อไปเช่นเดียวกัน”

การบริจาคหนังสือเป็นอีกหนึ่งกระบวนการที่จะทำให้เด็ก ผู้ใหญ่ คนในจังหวัดได้มีหนังสืออ่านมากขึ้น โดยเฉพาะเด็กปฐมวัย หนังสือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพวกเขา การมีหนังสือคุณภาพจะช่วยยกระดับการเรียนรู้ ความคิด สติปัญญา และพัฒนาการด้านอื่น ๆ อีกทั้งยังเป็นการสานสัมพันธ์ในครอบครัว ปลูกฝังรักการอ่านให้เกิดขึ้นในทุกบ้าน

“การที่เด็กเยาวชนหรือแม้กระทั่งผู้ใหญ่ได้อ่านสื่อการอ่านที่มีคุณภาพ จะช่วยยกระดับการเรียนรู้ ความคิด สติปัญญา เช่น การที่เด็กปฐมวัยตอนต้นถ้าได้อ่านสื่อที่สมวัย มีรูปภาพ ขนาดรูปเล่มและเรื่องราวที่สมวัยก่อให้เกิดจินตนาการและความคิด พร้อมกับช่วยกระตุ้นการเติบโตทางความคิดของเด็ก ให้เขาได้เตรียมความพร้อมทางความคิด มีหนังสือที่สื่อสัญลักษณ์ทางภาษาผ่านภาพเขียนหรือตัวอักษรที่มีขนาดเหมาะสม ซึ่งจะส่งผลต่อการจดจำเรื่องราวและการตีความหรือสื่อความหมายได้เอง และช่วยให้เขาเกิดแรงกระตุ้นอยากอ่าน อยากฟังมากขึ้นด้วย”

หนังสือก็เหมือนห้องเรียน โรงเรียน ที่จะช่วยปรุงแต่งคนให้สามารถเป็นแบบนั้นแบบนี้ได้ เราก็จะได้คนดีคนคุณภาพไปพัฒนาประเทศ หนังสือคุณภาพเองก็จะช่วยให้เด็กได้เรียนรู้และสามารถพัฒนาตัวเองได้จากการอ่านหนังสือ

การบริจาคหนังสือใหม่ช่วยกระตุ้นให้เกิดนิสัยรักการอ่าน

February 24th, 2015

ปัจจุบันเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมไทยอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ประชาชนพลเมืองในประเทศตกอยู่ในภาวะจำยอมต้องดิ้นรนทำมาหาเลี้ยงชีพให้เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สถาบันครอบครัวเกิดความแตกแยก ทำให้มีเด็กๆผู้ยากไร้ขาดโอกาสทางการศึกษาเป็นจำนวนมากในสังคม อันจะทำให้การพัฒนาประเทศขาดความต่อเนื่องและไม่มีเอกภาพ ซึ่งเป็นผลสะท้อนมาจากการที่เด็กไทยซึ่งเป็นอนาคตของชาติขาดการพัฒนาด้านวิชาการ เนื่องจากขาดทุนทรัพย์ในการจัดหาหนังสือและอุปกรณ์การเรียนการสอน และขาดโอกาสทางการศึกษา ประกอบกับมีที่อยู่ห่างไกลทุรกันดาร และประจวบกับในช่วงที่ผ่านมามีเหตุอุทกภัย ทำให้สถานศึกษาหลายแห่งขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนการสอน และหนังสือเพื่อใช้ประกอบในการศึกษา

โครงการที่จะชวนสร้างปัญญาด้วยหนังสือคุณภาพ ด้วยการรณรงค์ให้ซื้อหนังสือใหม่เพื่อการบริจาค ส่งมอบหนังสือใหม่ที่ได้รับจากการบริจาคให้ห้องสมุดเด็กและครอบครัวในชุมชนต่างๆกว่า 50 แห่งที่ผ่านการคัดสรรจากแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน เพื่อสร้างสังคมการอ่าน สร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ให้มีหนังสือดีๆเข้าถึงชุมชนโดยเฉพาะกับหนังสือที่ตรงกับความต้องการของวัย ซึ่งในต่างจังหวัดหรือท้องถิ่นไกลๆนั้นโอกาสที่จะเข้าถึงหนังสือมีน้อยมาก โดยขณะนี้มีผู้บริจาคหนังสือ 2,000 เล่มต่อวัน ใช้งานได้จริงน้อยมาก มีหนังสือเด็กต่ำกว่า 10 เล่ม และมีสภาพที่ไม่สมบูรณ์ ส่วนวรรณกรรมชั้นเยี่ยมที่คนไทยควรอ่านกลับไม่มีผู้บริจาค หนังสือที่บริจาคส่วนใหญ่เป็นหนังสือฮาวทูเกี่ยวกับวิธีร่ำรวย ซึ่งไม่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน หรือไม่สามารถสร้างคุณภาพชุมชนได้ ถ้าบริจาคหนังสือมีคุณภาพจะช่วยสร้างคนคุณภาพ นำไปสู่สังคมคุณภาพได้

การบริจาคหนังสือเป็นอีกหนึ่งกระบวนการที่จะทำให้เด็ก ผู้ใหญ่ คนในจังหวัดได้มีหนังสืออ่านมากขึ้น โดยเฉพาะเด็กปฐมวัย หนังสือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพวกเขา การมีหนังสือคุณภาพจะช่วยยกระดับการเรียนรู้ ความคิด สติปัญญา และพัฒนาการด้านอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นการสานสัมพันธ์ในครอบครัว ปลูกฝังรักการอ่านให้เกิดขึ้นในทุกบ้าน การที่เด็กเยาวชนหรือแม้กระทั่งผู้ใหญ่ได้อ่านสื่อการอ่านที่มีคุณภาพจะช่วยยกระดับการเรียนรู้ ความคิด สติปัญญา เช่น การที่เด็กปฐมวัยตอนต้นถ้าได้อ่านสื่อที่สมวัย มีรูปภาพ ขนาดรูปเล่มและเรื่องราวที่สมวัยก่อให้เกิดจินตนาการและความคิด พร้อมกับช่วยกระตุ้นการเติบโตทางความคิดของเด็ก ให้เขาได้เตรียมความพร้อมทางความคิด มีหนังสือที่สื่อสัญลักษณ์ทางภาษาผ่านภาพเขียนหรือตัวอักษรที่มีขนาดเหมาะสม ซึ่งจะส่งผลต่อการจดจำเรื่องราวและการตีความหรือสื่อความหมายได้เอง

Flying Book แอพบริจาคหนังสือให้น้องๆนวัตกรรมการบริจาคหนังสือในรูปแบบเสมือนจริง

January 29th, 2015

โดยปรกติเมื่อเราอยากทำดีโดยการบริจาคหนังสือให้น้องในดินแดนห่างไกล เรามักจะรวบรวมหนังสือใหม่หรือใช้แล้วจากเพื่อนๆ ติดต่อห้องสมุด หรือโรงเรียนตามพื้นที่ห่างไกล ไม่ก็องค์กรการกุศลต่างๆ แล้วจัดส่งไปให้หรือไปด้วยตัวเอง แต่มายุคนี้เทคโนโลยีและไอเดียสร้างสรรค์สามารถทำให้การบริจาคหนังสือเป็นเรื่องที่สนุกขึ้นมากกว่าเดิม เมื่อบวกเอาจินตนาการของโลกเวทมนตร์แบบแฮรี่ พอตเตอร์ ผนวกลงไปกับการบริจาคหนังสือ ทำให้หนังสือบินได้เหมือนนก แล้วบินออกไปหาน้องที่ขาดแคลนหนังสือ ณ พื้นที่ห่างไกลในจังหวัดเชียงใหม่

Flying Book เป็นนวัตกรรมการบริจาคหนังสือในรูปแบบเสมือนจริง ผ่านแอพพลิเคชั่นบนไอโฟนหรือ ไอแพด และผ่านไมโครไซต์ ที่ให้ประชาชนสามารถเลือกหนังสือที่ตัวเองต้องการและทำการส่งให้น้องอย่างง่ายๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัส โดยเมื่อกดปล่อยหนังสือบินออกไป แอพพลิเคชั่นนี้จะแสดงรูปและระยะทางการบินของหนังสือว่ากำลังบินไปหาน้องๆ ผ่านเวลาและสถานที่จริงจนถึงมือน้อง เช่นเดียวกับการปล่อยหนังสือบินจากไมโครไซต์

โครงการนี้มีชื่อว่า Flying Book ที่ทำให้การทำความดีเป็นเรื่องสนุกขึ้นได้ด้วยเทคโนโลยี และสามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้ง่ายๆ โดยการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นบนไอโฟน หรือถ้าไม่มีก็สามารถคลิกไปที่ www.flyingbook.org เพื่อเลือกหนังสือสำหรับบริจาคที่มีให้เลือกมากมาย หรือถ่ายรูปหนังสือที่เราอยากบริจาคแล้วอัพโหลดลงเว็บก็ได้ จากนั้นก็คอยติดตามดูว่าหนังสือที่เราบริจาคนั้นบินไปถึงที่หมายแล้วหรือยัง ซึ่งเป็นลูกเล่นเพื่อตอบโจทย์ความอยากรู้ที่ว่าหนังสือที่เราบริจาคได้ถูกส่งไปที่ไหน และถึงมือน้องๆ หรือเปล่า โดยดูผ่านแผนที่ที่ให้มา งานนี้เราแค่ช่วยทำกิจกรรมนี้ผ่านมือถือหรือเว็บไซต์อย่างเดียวโดยไม่เสียสตางค์ใดๆ เพราะทางเจ้าภาพจะจัดการบริจาคหนังสือและเรื่องค่าใช้จ่ายตรงนี้ให้ทั้งหมด หนังสือแต่ละเล่มจะค่อยๆ กระพือปีกบินออกไปเรื่อยๆ เพื่อส่งเสริมให้น้องๆ ได้เรียนรู้และอ่านมากขึ้น งานนี้ผู้ให้ได้ทั้งความสุขและความสนุกไปด้วยในตัว ถือเป็นการพลิกบทบาทของการบริจาคได้อย่างน่าสนใจ จนแคมเปญนี้ได้รับรางวัลระดับประเทศเป็นที่เรียบร้อย

ในการร่วมบริจาคหนังสือบินสู่น้อง เพียงดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น “Flying Book” จาก App Store ใช้งานโดยเชื่อมต่อกับ Facebook Account ของเรา จากนั้นเลือกหนังสือที่อยากบริจาคที่มีให้อยู่แล้วในแอพ หรือจะถ่ายรูปหนังสือก็ได้ จากนั้นเราก็จะเห็นหนังสือของเราบินไปผ่านมุมมองเสมือนจริงของเทคโนโลยี AR เมื่อหนังสือบินไปแล้วเราสามารถดูได้ว่าหนังสือที่เรากดบริจาคบินไปอยู่ที่ไหนบนแผนที่ หรือจะดูแบบ Live View มองผ่านเทคโนโลยี AR ก็สามารถทำได้

การบริจาคหนังสือเป็นวิธีการหนึ่งของ การลดความเหลื่อมล้ำต่ำสูงสำหรับเด็กไทยที่ยังขาดแคลนโอกาส

December 10th, 2014

การบริจาค คือ การเสียสละ การให้ การแบ่งปัน และเป็นหลักธรรมข้อหนึ่งในทศพิธราชธรรม หากจะว่าไปแล้ว คนส่วนใหญ่รู้จักความหมายของคำว่าบริจาคเป็นอย่างดี แต่จะมีสักกี่คนที่เห็นความสำคัญที่แท้จริงของคำว่าบริจาค การบริจาคคือการกระทำด้วยความตั้งใจจริงของผู้บริจาคซึ่งก่อให้เกิดความสุขใจแก่ทั้งผู้ให้และผู้รับ บางคนบริจาคเพียงเพราะต้องการคำยกย่องและความมีหน้ามีในสังคม บ้างก็บริจาคเพราะถูกผู้รับบริจาคขอร้องแกมบังคับ สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นการใช้ความหมายของคำว่าบริจาคไปในทิศทางที่ไม่ถูกไม่ควร

การฝันปันน้ำใจบริจาคหนังสือเพื่อน้อง ไม่ว่าจะเป็นหนังสืออ่านเล่น หนังสือการ์ตูน นวนิยาย สารคดี นิตยสารหรือ แบบเรียน ฯลฯ การที่จะพัฒนาเยาวชนให้เป็นคนดีมีคุณธรรมนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็น และควรทำอย่างยิ่งคือการมอบหนังสือก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเยาวชนยังขาดแคลนหนังสืออันเป็นสื่อแห่งการเรียนรู้และเพิ่มศักยภาพของความคิด เนื่องด้วยโรงเรียนบางแห่ง มีหนังสือในห้องสมุดน้อย ซึ่งไม่เพียงพอแก่ความต้องการของเด็ก ซึ่งต้องผลัดเปลี่ยนกันอ่านจึงได้มีการปันหนังสือให้น้องอ่าน เพื่อมอบหนังสือให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลน และให้เด็กๆ  ได้มีหนังสื่ออ่านอย่างเพียงพอ  เพื่อให้เขาเหล่านั้นได้มีจินตนาการและความคิดที่กว้างไกลให้เด็กๆ ได้มีสื่อในการเรียนรู้ ตลอดจนเติบโตขึ้นเป็นทรัพยากรบุคคลที่ดีมีคุณภาพของสังคมและประเทศชาติ ปัจจุบันโรงเรียนในชนบทที่ห่างไกลยังประสบปัญหาในเรื่องของการเรียนรู้ที่ทันสมัยขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนการสอน หนังสือเรียน อุปกรณ์กีฬา ฯลฯ เป็นจำนวนมากดังนั้นทางอาสาพัฒนาจึงได้ริเริ่มโครงการเพื่อการพัฒนาโรงเรียน และเสริมสร้างกิจกรรมการเรียนรู้แด่น้องในถิ่นไกล โดยดำเนินการจัดหาและการรับบริจาคหนังสือเรียนอุปกรณ์การเรียนการสอน อุปกรณ์กีฬา นำไปมอบให้แก่น้องในโรงเรียนชนบท เพื่อเป็นการให้กำลังใจน้อง ๆ ด้วยการเติมความรักให้มีรอยยิ้มที่สดใส เป็นการเปิดโลกทัศน์ให้กับน้อง ๆ ส่งเสริมการรักการอ่าน รวมทั้งเป็นการต่อยอดกิจกรรมสานสัมพันธ์กลุ่ม ชมรมอาสาพัฒนาร่วมบำเพ็ญประโยชน์และช่วยเหลือสังคมโดยไม่หวังผลตอบแทนที่เป็นผลกำไรอีกทั้งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้การศึกษาในท้องถิ่นชนบทที่ห่างไกล