ร่วมกันบริจาคหนังสือเพื่อสร้างโอกาสในการอ่านให้กับเด็กๆ

ฟรานซิส เบคอน (Francis Bacon) นักปรัชญาชาวอังกฤษ กล่าวว่า “การอ่านทำให้คนเป็นคนโดยสมบูรณ์” และไม่ต้องสงสัย หลายประเทศที่พัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็วนั้นก็เนื่องจากการสนับสนุนและส่งเสริมการสร้างวัฒนธรรมการอ่านอย่างเป็นรูปธรรม และเอาจริงเอาจัง หนังสือเล่มหนึ่งมีความสำคัญและมีอิทธิพลต่อความคิดรวมถึงพฤติกรรมของมนุษย์อย่างมาก และมีส่วนในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสังคม

อย่างการเรียกร้องอิสรภาพหรือเอกราชของอินเดียจากอังกฤษ โดย มหาตมะ คานธี ปูชนียบุคคลของประเทศอินเดีย ก็ได้รับอิทธิพลจากหนังสือเล่มสำคัญหลายเล่ม รวมถึงผู้ประสบความสำเร็จในชีวิตหลายคนต่างก็ให้ความเห็นตรงกันว่า การอ่านเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

เราอยากให้คนที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงได้สัมผัสจริงๆ คือวัฒนธรรมการบริจาคบ้านเรา ก็คือบริจาคแล้วแพ็กใส่กล่อง แล้วก็ไปส่งในสถานที่ที่ผู้บริจาคคิดว่าขาด แต่ไม่ได้วิเคราะห์ว่าผู้รับไม่มีโอกาสได้เลือก จะพูดคำว่ายัดเยียดมันก็ดูเหมือนจะทำร้ายจิตใจคนที่มีจิตใจดี แต่คิดว่ามันเป็นจุดบกพร่อง เพราะเรารู้กันอยู่ว่าผู้รับไม่มีโอกาสได้เลือก ดูเหมือนผู้ให้สบายใจอยู่ฝ่ายเดียว ไม่ได้มีโอกาสเรียนรู้ว่าจริงๆ แล้วการให้นั้นผู้รับต้องเลือกได้ด้วย เราจึงพยายามออกแบบให้มันแก้ช่องว่าง แก้ช่องโหว่แบบนี้ เราก็ออกแบบระบบขึ้นมา เพื่อให้ผู้รับมีสิทธิ์เลือก เรากำลังท้าทายโจทย์เรื่องวัฒนธรรมการให้ ผู้ให้ต้องเลือกในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าดีที่สุด

แล้วก็เอาไปต่อยอดได้ด้วย คือตัวเด็กเอง นอกจากครูจะเป็นสภาพแวดล้อมให้เด็กได้นำเสนอกับเพื่อนแล้ว เด็กเองก็เป็นเจ้าของด้วย ยิ่งเป็นเจ้าของ แล้วให้คนอื่นเขาก็จะได้โควตาอีก พาคนอื่นมาสมัครสมาชิกเขาก็จะได้โควตา นี่คือกลยุทธ์ที่เขาจะขยายกันเอง หนังสือเล่มนั้นก็จะเดินทางตั้งแต่ต้นทางจากคนที่มีโอกาสมาถึงครูถึงเด็ก แค่มันเดินทางมาถึงสี่ห้าคนผมก็ถือว่ามันมีคุณค่ามากมายเหลือเกิน ถึงแม้แต่ถ้าเกิดเด็กชอบแล้วอยากเป็นเจ้าของเก็บไว้ก็ไม่แปลก เพราะมันเป็นความประทับใจอยู่แล้ว คนทั่วไปหนังสือที่ชอบเขาก็เก็บอยู่แล้ว แต่วันหนึ่งวันใดถ้าพัฒนามาถึงขั้นที่ว่าอยากให้คนอื่นเหมือนกับที่ผู้บริจาคอยากให้คนอื่น มันก็เป็นเรื่องที่ดี อันนี้คือกิจกรรมทางออนไลน์ แล้วทางออนไลน์นี้ก็ยังมีช่องทางชุมชนการเรียนรู้ในเว็บไซต์ ก็คือมีการแลกเปลี่ยนกัน แลกเปลี่ยนแบบข้ามฝั่งเลย คือเด็กในโรงเรียนหนึ่งทางภาคอีสานสามารถนำเสนอหนังสือเล่มนี้ให้กับเด็กในโรงเรียนทางภาคอื่น ส่งต่อให้กันได้ สองคนนี้ก็จะได้เรียนรู้กัน ได้รู้จักกัน แล้วผู้บริจาคกับผู้รับก็จะได้เจอกัน ได้แลกเปลี่ยนกัน หนังสือเล่มนี้มันดีอย่างนั้นอย่างนี้ อ่านแล้วรู้สึกได้อะไรบ้าง อ่านเล่มเดียวกันแล้วทำไมเขารู้สึกอย่างนั้นคิดอย่างนั้น

การอ่าน เสน่ห์ของมันก็คือช่วยให้เราได้เปิดโลกทัศน์ เห็นได้ชัด ถ้าเราได้รับในสิ่งที่เรายังไม่ได้รู้เลย มันจะเกิดการปรับวิธีคิด พอปรับวิธีคิดพฤติกรรมก็จะเปลี่ยน เปลี่ยนแล้วเรื่องการเรียนรู้ที่ไม่หยุดยั้งนี้เราเชื่อว่า ในเมื่อระดับปัจเจก ระดับพลเมืองของประเทศนี้เปลี่ยน ประเทศก็เปลี่ยน วาระหนึ่งล้านเล่มนี้ อยากบอกว่าแค่คนละเล่ม หนึ่งล้านคน ก็สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้เยอะ ชีวิตก็เปลี่ยนจากการอ่าน ทั้งๆ ที่เราไม่มีโอกาส เก็บแค่เศษกระดาษห่อกล้วยแขกทอดที่พ่อซื้อมาจากตลาดในอำเภอ มันเปลี่ยนตั้งแต่เราได้อ่านหนังสือเล่มแรกๆ แล้วเราก็อยากรู้ต่อ พออยากรู้ต่อเราก็จะขวนขวายหามาอ่าน จากการศึกษาชีวประวัติของบุคคลสำคัญต่างๆ ที่มีคุณูปการต่อโลก ก็เห็นได้ว่า ท่านเหล่านั้นให้ความสำคัญกับการอ่าน เป็นนักอ่านตัวยง การอ่านจึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญอย่างมาก

Tags:

Comments are closed.