การขยายโอกาสทางการศึกษาเป็นนโยบายที่สำคัญของหลายประเทศ

16

การขยายโอกาสทางการศึกษาเป็นนโยบายที่สำคัญของหลายประเทศ เนื่องจากทำให้ความไม่เท่าเทียมด้านเศรษฐกิจและสังคมลดลง มีหลักฐานที่สำคัญที่ทำให้ให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างการพัฒนาด้านการศึกษากับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม ในระดับมหภาค การเข้าถึงการศึกษามีความสัมพันธ์กับการเพิ่มประสิทธิภาพของกำลังแรงงาน เพิ่มอายุขัยเฉลี่ยของประชากร และปรับปรุงด้านสุขภาพของประชากร รวมถึงลดภาวะเจริญพันธุ์ด้วย งานวิจัยของ Knodel and Jones (1996) ยืนยันว่าช่องว่างระหว่างเพศกำลังจะลดน้อยลง ไม่ว่าจะในภูมิภาคใด และความแตกต่างของการศึกษาเกิดขึ้นในประเทศที่มีกลุ่มสถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคมที่แตกต่างกันอย่างมาก ตราบเท่าที่เด็กยากจน หรือเด็กจากครอบครัวชนบททั้งเด็กหญิงและชาย ยังคงไม่ได้รับความเป็นธรรมด้านการได้รับการศึกษา เขาเหล่านั้นก็ยังต้องผจญกับความไม่เท่าเทียมกันในด้านตลาดแรงงาน และชีวิตความเป็นอยู่

สำหรับประเทศไทยพบว่า เนื่องจากการไม่ได้เรียนระดับมัธยมต้นของเด็กและเยาวชนมีเพียงร้อยละ 16 แต่การไม่ได้เรียนต่อระดับมัธยมปลายหรือเทียบเท่ามีถึงร้อยละ 33 ดังนั้น การให้ความสนใจกับการศึกษาที่สูงกว่าภาคบังคับ จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ งานวิจัยของ อุมาภรณ์ ภัทรวาณิชย์ และคณะ ได้ศึกษาการเรียนต่อระดับมัธยมปลายหรือเทียบเท่า ระหว่างปี พ.ศ. 2533 และปี พ.ศ. 2543 ชี้ให้เห็นว่า ไม่มีความแตกต่างระหว่างเพศในการเรียนต่อระดับมัธยมปลายหรือเทียบเทียบ ในปี พ.ศ. 2533 แต่ในปี พ.ศ. 2543 พบความแตกต่างระหว่างเพศ โดยเพศหญิงมีโอกาสได้เรียนต่อมากกว่าเพศชาย นอกจากนี้ ความแตกต่างระหว่างเขตเมืองและชนบท ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเรียนต่อระดับมัธยมปลายทั้งในปี พ.ศ. 2533 และ 2543 แม้ว่าความแตกต่างระหว่างเมืองและชนบทในการเรียนต่อระดับมัธยมปลายของปี พ.ศ. 2543 ได้ลดลงจากปี พ.ศ. 2533 ก็ตาม

ประเด็นความไม่เท่าเทียมด้านการศึกษาของบทความที่จะนำเสนอต่อไปนี้ จึงมีคำถามวิจัยว่า ในช่วงเวลา หลังจาก พ.ศ. 2543 ถึงปัจจุบัน โอกาสการศึกษาระดับมัธยมปลาย (ซึ่งนอกเหนือจากการศึกษาภาคบังคับ และเป็นช่วงชั้นสุดท้ายของการศึกษาขั้นพื้นฐาน) ได้เพิ่มขึ้นหรือไม่ ความแตกต่างระหว่างเพศ และความแตกต่างระหว่างเมืองและชนบทในด้านโอกาสด้านการศึกษาในระดับมัธยมปลายหรือเทียบเท่า ยังมีอยู่หรือไม่ รวมถึงมีปัจจัยอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับโอกาสที่จะได้รับการศึกษาในระดับนี้ เพื่อว่าหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาจะได้พิจารณาถึงการแก้ปัญหาในเรื่องการศึกษาของเด็กไทยได้อย่างเหมาะสม

Comments are closed.